Test

วันอังคาร, มกราคม 31, 2560

One day Diary by innobun Ep.02 : เรื่องเล่า Writer Camp


เหตุเกิดจาก งานนี้ที่ innobun ได้รับโอกาสดี
เป็นวิทยากร เรื่อง นักอยากเขียน

งานที่จัดที่ Jump Space ขอนแก่นโน้นจ้าาา
เป็นชีวิตในขอนแก่นแบบรวบรัดสุดๆเลย เพราะไปเช้า กลับค่ำ
ตื่นตี 3 ไปสนามบินดอนเมือง เพื่อขึ้นเครื่องตอน 6 โมงเช้า


ไปถึงขอนแก่นประมาณ 7.30 
มีพี่นักเขียนใจดีมารับและให้ที่พักผ่อนก่อนไปบรรยายช่วงบ่าย
อากาศเย็นๆกำลังดี ในแบบที่ กทม. ไม่เจอแน่นอน ฮาาา

เรื่องเที่ยวขอนแก่นแบบวาร์ป ค่อยว่ากันในโพสต์ต่อๆไป
ที่อยากจะเล่าและบันทึกไว้เป็น ไดของ inno 
คือ เนื้อหาใน Writer Camp ต่างหาก

ขอสรุปเป็นภาพรวมดังนี้ 
ถึงทั้ง 3 คนจะไม่ได้เห็นสไลด์ หรือ เตี๋ยมกันมาก่อน
ว่าเนื้อหาย่อยๆที่จะแชร์มีอะไรบ้าง 
มีแค่หัวข้อและเวลาที่พูดเท่านั้นที่รู้ 

แต่แก่นของเนื้อหาเหมือนกันซะส่วนใหญ่
เรื่องวิธีการเขียนหนังสือ 

"อยากเป็นนักเขียน ก็จงลงมือเขียน"


ภาพจาก อิทธิวัฐก์ สุริยมาตย์

ก่อนจะเขียนอะไรสักอย่าง ต้องมีเส้นเรื่องที่จะเขียนคืออะไร
Story หลัก เหตุผลของเรื่องราวนั้นควรมี
เริ่มต้น ควรมีแก่นเรื่อง โครงหลักซะก่อน
เพราะเวลาเขียนไม่ออก ไปไม่ได้ กลับมาที่โครงหลักจะไม่ทำให้เราออกทะเล 
โครงเรื่องที่ว่า ก็คือสารบัญ
ลองแยก แตกเป็นหัวข้อออกมา 
.
.
จากนั้นค่อยหารายละเอียดมาเสริมหัวข้อต่างๆ 
ก็ได้หนังสือ ได้เรื่องมา 1 เล่มแล้ว หนา-บาง ตามเนื้อหาที่เราใส่ได้
หรืออีก 1 ทางยอดฮิต
เริ่มง่ายๆ จากไดอารี่ บันทึกประจำวัน
อ่าน , พบเจอเหตุการณ์ - คิด - เขียน
ซึ่งส่วนใหญ่ นักเขียนก็เริ่มจากตรงนั้นกันอยู่ไม่น้อย
แล้วค่อยขยับจากบันทึกอ่านแค่คนเดียว
กลายเป็น
บทความสัก 1 บท เนื้อเรื่องเล็กๆ สัก 1 หน้ากระดาษ ที่สื่อสารออกไป

มีเกริ่นนำ >> เนื้อหา >> สรุป

ซึ่งคำพูด แนวเขียน ก็เป็นตัวเองให้มากที่สุด ถนัดเขียนแบบไหน ก็ทำมาก่อน
ค่อยมาตบกลับ ปรับแก้ กันทีหลังได้

" ยังไงก็ขอให้เริ่ม "

เรื่องคุยกับตัวเอง เป็นเรื่องปกติ ( ไม่บ้าๆ )
เหมือนเราสรุปความคิดอ่าน ความเห็นของเราเอง
ก่อนที่จะสื่อสารออกมาในรูปแบบต่างๆ 

มุก ลูกเล่น สำนวนนั้น ฝึกฝน ปรับเปลี่ยนกันได้
ต้องเริ่มมี งานที่ 1 ก่อน แล้ว 2 , 3 , 4 , .... จะตามมา
หมู ซ้อม ก็กลายเป็นสิงห์สนามได้ ในที่สุด
ไม่ต้องกลัวว่างานเราจะไปซ้ำกับคนอื่น


ภาพจาก อิทธิวัฐก์ สุริยมาตย์

ทุกเรื่องเคยเกิดขึ้นมาแล้วบนโลกนี้
ขึ้นอยู่กับว่าเราจะนำมาเล่าแบบไหนใน มุมมองของเราเอง
เรื่องเดิมๆที่เราสามารถใส่มุมมองใหม่ได้

ถ้าอยากสร้างแนวสำนวนของตัวเองแต่ไม่รู้จะเริ่มท่าไหนก่อน
ให้ดูงานที่เราชอบ หรือเดินตามรอยเท้าคนอื่นไปช่วงแรก
ถ้าเรายังคงฝึกเดินต่อ ช่วงก้าวเท้าที่เฉพาะ และมุมมองระหว่างทางของเรา
จะทำให้เกิดเส้นทางใหม่ จังหวะก้าวเท้าจะเปลี่ยนจนเกิดความเหลื่อมล้ำของรอย
นั่นแหละ ที่เกิดเป็นรอยเท้าของเราบ้างแล้ว
 ^
 ^
 ^
ต้องก้าวสมำเสมอ ฝึกฝนจะเกิดเส้นทางของเราเอง

สรุปเนื้อหาหลักใจความของ นักอยากเขียน ประมาณนี้
ได้ข้อคิดไปใช้ ไปหมุนต่อแน่นอน
รายละเอียดปลีกย่อย ต้องมาฟัง มีโอกาสอยากให้มาเสวนาพูดคุยกันค่ะ
เพราะได้ไอเดีย ปลุกไฟกันหลายๆคนเลย

เรื่องสติกเกอร์ไลน์แบบวาดมือ Part 3 ยังไม่ลืมนะคะ
มีมาต่อแน่นอน รอกันนิดหนึ่ง
ใครมีคำถามก็ถามเข้ามาผ่าน Line @innobun ได้

โพสต์นี้ inno ไปก่อนเน้อ
ถ้ามี Writer Camp หรืองานอะไรน่าสนใจ จะมาบอกกล่าวกันจ้า
เจอกันใหม่โพสต์หน้านะคะ


#innobun










วันพุธ, มกราคม 11, 2560

One day Diary by innobun Ep.01 : เจอเรื่องไม่ถูกใจ ทำอย่างไร

ในแต่ละวัน เจอเรื่องชอบ ไม่ชอบ กันเยอะไหม ?
ถ้าเจอมักจะทำไงกันต่อ .. 
ที่ผ่านๆ inno มักโดนบอกเสมอว่าเป็น กระต่ายโลกสวย ตัวอะไรมันจะคิดบวกได้ขนาดนั้น  
จริงๆ แล้ว เป็นแค่การเลือกมุมเสนอที่สื่อสารออกไปเท่านั้นเอง
ใจจริง inno อาจกำลังสบถคำด่า อยู่อย่างเป็นมหากาพย์ก็ได้ ใครจะรู้ 
แต่ เวลาพิมพ์ หรือบันทึกอะไรที่ดีๆ ไว้ 
เวลาผ่านไป ย้อนมาดู หรือ รื้อความจำได้ 
จะดูสุขใจ สบายใจมากกว่า จำเรื่องแย่ พิมพ์เรื่องห่วย บันทึกเรื่องเสีย

ที่มาของ One day Diary ของ inno 
เกิดจากเมื่อวันจันทร์ที่ 9 มค. ที่ผ่านมานี้เอง 
inno ไปส่งไปรษณีย์ให้เพื่อนไม่ได้ไปที่ไปรษณีย์ แต่ไปที่ร้านฝากส่งเพราะ ง่ายดี ออกมาจากปากซอยก็ถึงแล้วไม่ต้องต่อคิวรอด้วย 
ของที่ส่งก็เป็นขนมจำนวน 3 ขวด น้ำหนักเบาๆ
หน้าตา และขนาด แบบนี้ (กระปุกยาหม่อง)


ห่อเอง ใส่กล่องเอง เลือกส่งแบบ ลงทะเบียน เพราะส่งในกทม.นิเอง
ค่าบริการที่ส่งอย่างเดียว 73 บาท 
โห้ววว ... แพงจุง คุณลุงงงงงงงง (คิดในใจคิดว่าควรถูกกว่านี้)
เดินออกมาแบบว่า กุคิดถูกป่ะน้าาา 
มาส่งแบบนี้รู้งี้ไปรอส่งไปรษณีย์ดีกว่าไหม

แต่นั่นนี้ คิดในหัวไปมาจึงรู้ตัวว่า
เฮ้ย .. คิดแบบนี้ไปก็เท่านั้น ไหนๆลองดูสิมันมีอะไรดีไหมกับค่าส่งที่จ่ายไป ถ้าไปเจอกัน ค่ารถ ค่ากิน น่าจะเสียเยอะกว่านี้
ถ้าไปรอส่งไปรษณีย์ น่าจะเสียเวลามากกว่านี้ 
เวลาเดินตลาดช่วงกลางวันของ inno ก็เหลือน้อยลง(ถถถถ .. ห่วงเวลาเลือกของกิน)



เออ .. คิดได้แค่นี้ inno สบายใจหละ 55555+
เฮ้ยยย .. อิอ้วนหลอกตัวเองให้โลกสวยอีกรึเปล่า 
อืมม .. ก็ถ้าไปเม้งกับลุง inno ก็คงไม่ได้ไปใช้บริการอีกก็ได้นะ
(เผื่ออนาคตต้องใช้อีก คุณลุงใจดีนะ ห่อของให้ด้วยถ้าไม่มีกล่อง)
อีกอย่างลองคิด คำนวนก็ตามนั้นจริงๆ ถ้าไปเจอกันมี คชจ. มากกว่านี้แน่ๆ

บางอย่างเราอาจจ่ายเยอะขึ้นเผื่อซื้อเวลา หรือ ประหยัดในอะไรที่ได้มากกว่า

 พอความคิดเรื่องนี้จบลง inno จึงตั้งคำถามว่า ..
(ถามเอง ตอบเอง ฮาาาา)แล้วๆ คนอื่นเค้าคิดยังไงกันนะ 
เค้าจะคิดเหมือนกันไหมไม่รู้เหมือนกันแฮะ 
เรื่องค่าส่งแค่นี้เป็นเรื่องนิดเดียวแล้วๆ ถ้าเรื่องใหญ่กว่านี้ ทำยังไงน้าาา
 งั้น inno เขียนเป็นได ไว้ดีกว่าเผื่อใครมาอ่านจะได้มาตอบคำถามของความคิด inno บ้าง

จึงเกิดเป็น ..One day Diary by innobun ดังนี้แล..
(มี Ep.01 ก็ต้องมี Ep.02 โปรดติดตาม 
inno ก็ไม่รู้ว่าจะเจออะไรเหมือนกันใน Ep. ต่อไป )
----------------------------------------------------------------------

ตอนนี้ innobun มีผลงานด้วยนะเที่ยวเมืองไทย ไม่ไปไม่รู้ จริงไหม !!! 
Innobun ไปวิ่งเล่นบน E-Magazine แล้วนะจ๊ะ
Download Free!!! กันได้แล้วทั้ง IOS และAndroidผ่านแอพคนไทยทำแท้ๆ คลิ๊กเลย>>> https://goo.gl/UhqpgP <<<
เป็นเล่มแรก รุ่นเบิกฝาไห ติ-ชมมาได้ จะพัฒนาให้ดีขึ้น

" Khonkaen Magazine " <3E-Magazine ส่งเสริมการท่องเที่ยวและMICE CITY
อ่านได้ อ่านดี ครบทุกเพศวัย สาระก็มี การ์ตูนก็มา


 และขอแรงสนับสนุนให้มีเล่มต่อๆไปด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ

#thinkazine #ขอนแก่น #micecity #innobun

  




เจอกันใหม่โพสต์ต่อไปนะจ๊ะ